7 อันดับ ยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี ทนทาน เกาะถนนได้ดี อัปเดตปี 2024

motorcycle tires
motorcycle tires

รถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ เป็นยานพาหนะสำคัญที่คนไทยหลายคนใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเพื่อเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือขับขี่ไปทำธุระต่าง ๆ การเลือกใช้ ยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี จึงสำคัญมากเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย นอกจากจะต้องเลือกยางที่เข้ากันกับรุ่นรถแล้ว ยังต้องพิจารณาคุณภาพของยางด้วย ว่ามีความทนทาน และมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนได้ดีเพียงใด

ในปี 2024 นี้ ตลาดยางรถมอเตอร์ไซค์มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมายทั้งยี่ห้อชั้นนำระดับโลก และแบรนด์ในท้องถิ่น ก่อนจะไปดูว่าแบรนด์ไหนเด่น มีคุณภาพและคุ้มค่าที่สุด เรามาดูเรื่องพื้นฐานในการดูแลรักษายางและการเลือกยางรถมอเตอร์ไซค์ให้เหมาะกับการใช้งานของคุณกันก่อน

ยางมอเตอร์ไซค์ กี่ปีเปลี่ยน

สำหรับคำถามยอดฮิต “ยางมอเตอร์ไซค์ กี่ปีเปลี่ยน” นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  • การใช้งานรถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำทุกวัน กับใช้เป็นครั้งคราว
  • พฤติกรรมการขับขี่ ขับด้วยความเร็วสูงหรือความเร็วพอเหมาะ
  • สภาพเส้นทาง ถนนลาดยาง ขรุขระ หินกรวด หรือลุยทางวิบาก
  • ความดันลมยางที่เหมาะสม ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป

โดยทั่วไปยางรถมอเตอร์ไซค์มีอายุการใช้งานประมาณ 1-5 ปี หรือระยะทางอยู่ที่ 10,000 – 50,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม หากยางของคุณมีตำหนิ รอยแตก ผิดรูปทรง หรือสึกหรอผิดปกติ ก็ควรเปลี่ยนยางให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรรอจนครบอายุการใช้งาน

วิธีดูดอกยาง มอเตอร์ไซค์

หากยางเริ่มเสื่อมสภาพ คุณสามารถตรวจเช็คเบื้องต้นได้ด้วยการใช้วิธีดูดอกยาง มอเตอร์ไซค์ เพื่อประเมินสภาพของยางอย่างคร่าวๆ ดังนี้

  1. ตรวจสอบความแข็งของหน้ายางด้วยนิ้วมือ โดยกดนิ้วลงไปบนดอกยางทุกจุด ถ้ายังนิ่มและมีความยืดหยุ่นดี แสดงว่ายางสภาพยังดีอยู่ แต่หากกดแล้วแข็งหรือขาดความยืดหยุ่น ถือว่าใช้การไม่ได้แล้ว
  2. สังเกตความชัดของร่องดอกยาง ว่ายังคงลึก เห็นร่องชัดเจน ไม่สึกเรียบและไม่หลุดลอกเป็นอันดีทั้งเส้น แต่หากเริ่มตื้นลงหรือสึกหรอไปกว่าครึ่ง แสดงว่าใช้งานได้ไม่นานแล้ว
  3. สังเกตสะพานยาง โดยหาเส้นขีดตรงกลางที่พาดผ่านทั้งเส้น หรือ Tread Wear Indicator (TWI) ซึ่งเป็นสะพานเล็ก ๆ ใช้วัดความสึกหรอของยาง หากเส้น TWI เริ่มตื้นลงหรือพ้นเส้นสะพาน แสดงว่ายางหมดอายุการใช้งานแล้ว ต้องเปลี่ยนใหม่

ยางรถมอเตอร์ไซค์มีความสำคัญมากต่อความปลอดภัยบนท้องถนน การใช้ยางที่เสื่อมสภาพหรือบางเกินไป อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น การดูแลรักษายางและเปลี่ยนยางใหม่ให้ตรงกำหนด จะช่วยเพิ่มอายุการใช้งานและความปลอดภัยสูงสุด

วิธีการดูแลรักษายางรถมอเตอร์ไซค์

เพื่อยืดอายุการใช้งานของยาง ผู้ขับขี่ควรรู้วิธีการดูแลรักษายางรถมอเตอร์ไซค์ ที่ถูกต้อง ดังนี้

  1. ตรวจเช็คลมยางเป็นประจำ และเติมลมยางให้พอดี อย่าให้แข็งหรืออ่อนเกินไป เพราจะทำให้ยางเสื่อมเร็วและอันตรายต่อการขับขี่ ปริมาณลมยางที่เหมาะสมสำหรับมอเตอร์ไซค์นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดรถ สภาพถนน และประเภทยางที่ใช้ แต่โดยทั่วไปแล้ว ลมยางมอเตอร์ไซค์ควรเติมประมาณ 28-36 PSI สำหรับยางหน้า และ 30-38 PSI สำหรับยางหลัง
  2. ล้างเช็ดทำความสะอาดยางทุกครั้งหลังใช้งาน หลังจากออกไปนอกบ้านแล้ว เมื่อกลับมาบ้าน แนะนำว่าควรกำจัดสิ่งสกปรก เศษหิน กรวด หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่อาจเข้าไปติดในร่องยาง ซึ่งอาจกัดกร่อนเนื้อยาง หรืออาจทำให้ยางรั่วได้
  3. หลีกเลี่ยงการขับบนถนนขรุขระ หลุมบ่อ ถนนลูกรังทางวิบาก ควรเลือกใช้เส้นทางที่พื้นถนนเสมอกัน ไม่มีหลุมลึก ไม่มีสิ่งกีดขวาง
  4. ตรวจสอบสภาพยางอย่างสม่ำเสมอ หากพบรอยแตกลึก รอยปริ ผิดรูปทรง หรือสึกหรอผิดปกติ ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการทันที อย่าใช้งานต่อเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้
  5. ไม่เบิร์นยางรถ หรือเบรกแรงจนเกินไป เพราะจะทำให้ยางรถมอเตอร์ไซต์เกิดการเสียดสีกับพื้นถนนด้วยความรุนแรงมากกว่าปกติ ทำให้ยางรถสึกเร็วยิ่งขึ้น และยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

การดูแลรักษายางเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะยางเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้รถวิ่งได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย หากดูแลไม่ดีก็จะส่งผลเสียต่ออายุการใช้งานของยางได้ ต้องคอยเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ

วิธีเลือกยางรถมอเตอร์ไซค์

ในการเลือกซื้อยางใหม่ คุณควรพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้ยางที่เหมาะกับรถและตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด มาดูวิธีเลือกยางรถมอเตอร์ไซค์กัน

  1. ขนาดยาง – เป็นสิ่งแรกที่ต้องดู โดยเทียบจากขนาดยางเดิมที่อยู่บนรถ ซึ่งจะระบุขนาดกว้าง-สูงเป็น aspect ratio เช่น 120/70, 100/90 และขนาดวงล้อเป็นนิ้ว เช่น 17, 18 นิ้ว
  2. สไตล์การขับขี่ – หากใช้รถขับขี่ในเมือง ใช้ความเร็วต่ำถึงปานกลาง ก็เลือกยางที่เน้นการใช้งานทั่วไป แต่หากคุณชอบขับเร็ว ลุยถนนขรุขระหรือทางไกล ก็ต้องเลือกยางที่ออกแบบมาเฉพาะ
  3. ประเภทของยาง – ยางมีหลายประเภท ตั้งแต่ยางสำหรับขับขี่บนถนนทั่วไป ยางสำหรับสปอร์ตไบค์ ยางสำหรับวิบาก ยางใช้งานผสม ยางสำหรับความเร็วสูง แต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ความทนทานต่อการสึกหรอ แรงยึดเกาะบนถนนเปียกและแห้ง เป็นต้น เลือกให้เหมาะกับลักษณะการขับขี่ของคุณ
  4. คุณสมบัติของยาง – ให้ดูคุณสมบัติพิเศษของยางด้วย เช่น ยางที่มีสารซิลิกาผสม จะให้แรงยึดเกาะที่ดีบนถนนเปียก ช่วยลดระยะเบรกและป้องกันการลื่นไถล ยางที่มีเทคโนโลยีช่วยระบายความร้อนได้ดี จะช่วยให้อายุการใช้งานของยางยาวนานขึ้นบนถนนร้อนและขับเป็นระยะทางไกล เป็นต้น
  5. ราคายางรถมอเตอร์ไซต์ – แน่นอนว่าราคาเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ยางที่มีราคาแพงหรือเป็นแบรนด์ดัง มักจะมีคุณภาพและความทนทานสูง แต่ก็ใช่ว่ายางราคาถูกจะใช้ไม่ได้ บางทีอาจได้ความคุ้มค่ากว่าก็ได้ ให้ดูตามงบประมาณควบคู่ไปด้วย

การเลือกยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี ดูที่คุณภาพอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ให้ครบทุกด้าน เพื่อให้ได้ยางที่คุ้มค่า ทนทาน ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองมากที่สุด และที่สำคัญ ต้องเลือกยางที่เหมาะสมกับรุ่นรถ ไซส์วงล้อ และความเร็วที่ใช้ด้วย เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

ยาง Tubeless คืออะไร ราคาเท่าไหร่ มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

ในปี 2024 นี้ รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ๆ ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในส่วนของล้อที่มาพร้อมกับการรองรับ ยางรถมอเตอร์ไซค์ ประเภท Tubeless หรือที่หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยในชื่อยางจุ๊บเลส ซึ่งในตอนนี้แม้แต่มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กก็สามารถใช้งานยางชนิดนี้ได้แล้ว หากคุณกำลังสนใจอยากจะเปลี่ยนมาใช้ยาง Tubeless แต่ยังมีข้อสงสัยว่ามันคืออะไร หัวข้อนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

ยาง Tubeless คืออะไร

ยางมอเตอร์ไซค์ ที่เป็นประเภท Tubeless หรือ ยางทูบเลส (จุ๊บเลส) จะมีโครงสร้างที่แตกต่างจากยางมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เพราะมันคือยางที่ไม่ต้องใช้ยางในเลย ภายในเนื้อยางจะมีโครงสร้างผ้าใบที่แข็งแรง ขณะที่ผิวด้านนอกของยางทำจากเนื้อยางที่หนาและทนทานกว่ายางทั่วไปมาก

การใช้ยางมอเตอร์ไซค์แบบ Tubeless จำเป็นต้องใช้คู่กับล้อที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยางประเภทนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากยางจะต้องอัดแน่นและแนบสนิทกับขอบของกระทะล้อ เพื่อเก็บลมไว้ภายในได้อย่างดี และด้วยโครงสร้างของผนังยางชั้นในที่หนาและแข็งแรง ถึงแม้ยางจะโดนของมีคมทิ่มแทง ก็จะไม่ทำให้เกิดรอยรั่วได้ง่าย ๆ แถมตัวเนื้อยางยังช่วยบีบรูรั่วเอาไว้ ชะลอการรั่วของลมให้ช้าลง สามารถขับรถต่อไปได้อีกระยะหนึ่งก่อนเข้าอู่

แต่เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางมอเตอร์ไซค์ ประเภท Tubeless จำเป็นต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะทางในการถอดประกอบ ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้แบบยางมียางในแน่นอน

ข้อดีและข้อเสียของยาง Tubeless

แน่นอนว่ายางมอเตอร์ไซค์แบบ Tubeless มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งเราได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้วดังนี้

ข้อดีของยาง Tubeless สำหรับรถมอเตอร์ไซค์

  • ไม่ต้องใช้ยางใน เพราะขอบยางออกแบบมาให้อัดแน่นและเชื่อมประสานเป็นเนื้อเดียวกับขอบกระทะล้ออย่างสนิท ทำหน้าที่กักเก็บลมได้ดีเยี่ยม
  • เนื้อยางมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถทับผ่านเศษแก้ว ตะปู หรือของมีคมได้โดยไม่ทำให้ลมรั่วหรือยางระเบิดในทันที จึงไม่ทำให้ผู้ขับขี่เสียการทรงตัว
  • หมดปัญหาเรื่องยางนอกเสียดสีกับยางใน อันเป็นสาเหตุของยางแตกระเบิด เพราะยาง Tubeless จะสร้างความร้อนจากแรงเสียดทานได้น้อยกว่า

ข้อเสียของยาง Tubeless สำหรับรถมอเตอร์ไซค์

  • มีราคาสูงกว่ายางมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เนื่องจากใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงและผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า
  • หากเกิดแผลที่ยางขนาดใหญ่ การซ่อมแซมทำได้ยากกว่า ต้องถอดยางออกมาปะชั้นในให้เรียบร้อยและสะอาด ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลเสียต่อยางในระยะยาวจนต้องเปลี่ยนยางใหม่

ใครที่กำลังมองหา ยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี ในขณะนี้ ต้องบอกเลยว่ายาง Tubeless นับเป็นตัวเลือกชั้นนำ เพราะให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า และปลอดภัยกว่ายางแบบมียางใน ขนาดยอดนิยมที่มีวางจำหน่ายในเมืองไทยได้แก่ ขอบ 12 13 และ 14 นิ้ว ซึ่ง CAMEL TIRE คือหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่ครองใจสาวกมอเตอร์ไซค์ เพราะเป็นแบรนด์ดัง ที่มีให้เลือกครบทุกขนาด ในขณะที่คุณภาพก็อยู่ในระดับสากล แต่ก็ยังคงราคาไม่แพง อีกด้วย

แนะนำ ยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี ที่ควรเลือกใช้ในปี 2024

ถ้าอยากเปลี่ยน ยางมอเตอร์ไซค์ ใหม่สักชุด คงทำเอาหลาย ๆ คนเริ่มถามกันว่า ยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี ถึงจะเหมาะกับรถของตัวเอง เพราะยางมอเตอร์ไซค์ที่ดีจะต้องคุณภาพเยี่ยม ทนทาน ไม่หมดอายุง่าย มีความโดดเด่นในการ ยึดเกาะถนน ทั้งสภาพแห้งและเปียก เรียกว่าเป็นอะไหล่อันดับต้น ๆ ที่ควรเลือกซื้อได้คุณภาพเลยก็ว่าได้

งั้นเรามาช่วยแนะนำ ยางรถมอเตอร์ไซค์ จากหลากหลายแบรนด์ดังมาให้ดูกัน รับรองว่าหลังจากอ่านจบ คุณจะมีคำตอบในใจแล้วว่าจะไปโดนยี่ห้อใดจาก ตารางเปรียบเทียบ ยี่ห้อ ของยางแต่ละอันที่เอามาเปรียบเทียบให้แล้วอย่างละเอียด ทั้งยังมาพร้อมกับราคาไม่แพง อีกด้วย ทำให้ตอบโจทย์สำหรับคนที่กำลังมองหายางใหม่เปลี่ยนจากยางเดิมที่เสื่อมสภาพไปจากการใช้งาน

IRC รุ่น NR50 PERSONA

IRC Tire
เครดิตภาพ : irctirethailand

เริ่มต้นที่ยางจาก IRC รุ่น NR50 PERSONA ที่หลายคนมักจะนึกถึงก่อนเจ้าอื่นเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่มีดีไซน์สวยสะดุดตา ทันสมัย สะท้อนความโฉบเฉี่ยว ทั้งยังใช้เทคโนโลยี GT Tech Grip มาช่วยในการออกแบบโครงสร้างยาง ทำให้เมื่อขับขี่ แล้วเนื้อยางสามารถ ยึดเกาะถนน ได้ดีเยี่ยม และรักษาสมดุลในการขับขี่ทั้งถนนทางตรงและทางโค้ง จึงควบคุมมอเตอร์ไซค์ได้ง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็สามารถทรงตัวได้ดี ถึงขับข้ามพื้นที่เปียกก็ไร้กังวล ยิ่งจุดเด่นของดอกยางที่มีร่องชิดเป็นพิเศษยังช่วยลดอัตราการลื่นและรีดน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว

MICHELIN รุ่น City Grip 2

MICHELIN City Grip 2
เครดิตภาพ : MICHELIN

ยางมิชลิน อีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนขี่มอเตอร์ไซค์ในเมืองเป็นประจำ ช่วยอุ่นใจเรื่องความปลอดภัย เพราะยางรุ่นนี้เสริมความแข็งแรงอึดเป็นพิเศษด้วยเทคโนโลยีโอเวอร์แลปของมิชลิน (MOT) จากการออกแบบดอกยางที่มีความซ้อนเหลื่อมกัน ทำให้ต้านทานการกระแทก แทงทะลุจากเศษหินหรือของมีคมได้ดี และเกาะพื้นถนนเป็นเลิศด้วยเทคโนโลยี Silica-based Compounds ที่เพิ่มแรงยึดถนน และ รีดน้ำบน ถนนเปียก ได้ไวอีกด้วย ใช้ได้กับรถหลายรุ่น เช่น Grand Filano, GPX Demon, Vespa Sprint

DEESTONE รุ่น D983

DEESTONE รุ่น D983
เครดิตภาพ : DEESTONE

สำหรับใครที่ชอบความคุ้มค่า ราคาไม่แพง ยางจาก Deestone ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ตัวยางผลิตจากสูตรเฉพาะของแบรนด์ ที่เน้นการ ยึดเกาะถนน และเสริมประสิทธิภาพในการเบรกให้มากขึ้น และดอกยางแบบสปอร์ตก็ช่วยให้การทรงตัวดีเยี่ยม มีมาตรฐานระดับสากล ผ่านการทดสอบและเพิ่มสมรรถนะความทนทานในการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กอย่าง YAMAHA MIO และ HONDA Click 125i ที่ขี่เป็นประจำ

MICHELIN รุ่น City Extra

MICHELIN CITY EXTRA
เครดิตภาพ : MICHELIN

บอกเลยว่า Michelin City Extra ตอบโจทย์ ยางถนนแห้ง และ ยางถนนเปียก ได้อย่างลงตัว เพราะได้รับการพัฒนาต่อมาจากยางรุ่นที่เป็นที่นิยมอย่าง City Pro และ City Grip Pro โดยมีประสิทธิภาพการเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น ด้วย ดอกยาง ขนาดเล็กและใหญ่ตามลำดับ ที่ทั้งเพิ่มแรงยึดเกาะและช่วยรีดน้ำออกจากยางได้ไว นอกจากนี้ ยังมีอายุการใช้งานนานกว่าเดิม 10% ไม่เพียงเท่านี้ ยางยังแข็งแรงขึ้นอีกด้วย ด้วยการเสริมหน้ายางแบบ 3 ชั้น ลดโอกาสในการถูกรอยบาดหรือขาด ใช้ได้กับรถทั้งล้อซี่ลวดและล้อแม็ก

GOODRIDE รุ่น H969

Goodride H969
เครดิตภาพ : goodridethailand

ครั้งนี้มาถึงยางเพื่อคนชื่นชอบความเร็วกันบ้าง กับ Goodride H969 เป็นยางมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงที่ผลิตจากผ้าใบ 4 ชั้น ช่วยเสริมการยึดพื้นทั้งบนถนนแห้งและถนนลื่น ทั้งยังมีปุ่มกันลื่นตรงขอบยางเพื่อสร้างแรงเกาะเพิ่มเวลาเข้าโค้งเร็ว ทำให้มั่นใจ ไร้กังวลถึงความลื่น และยังมาพร้อมกับดอกยางลายไฟที่ทำให้รีดน้ำออกจากหน้ายางได้ไวเมื่อเจอสภาพถนนเปียกชื้นอีกด้วย ส่วนด้านในยางออกแบบเป็นรูปแบบรังผึ้งเพื่อป้องกันการกัดขูดกับท่อลม ถือว่าเป็นยางคุณภาพจากจีนที่น่าลอง

Bridgestone รุ่น Battlax SC

Bridgestone Battlax SC
เครดิตภาพ : bridgestonemotothailand

ยางที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่อีกรุ่น คือ Battlax SC จาก แบรนด์ดัง อย่าง Bridgestone ด้วยคุณสมบัติของยางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ ทั้งการนำทางที่เป็นทางคดเคี้ยวหรือทางตรงได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้เทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพ เช่น ขดลวดน้ำหนักเบารอบยางเพื่อสร้างสมดุลที่ดีขึ้น กับ 3LC (3 Layer Compound) คือแบ่งเส้นยางออกเป็น 3 ชั้น โดยใช้เนื้อยางชั้นนอกที่นิ่มตรงขอบเพื่อช่วยให้เข้าโค้งได้ง่าย ส่วนชั้นในแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อความแข็งแรงขณะขับทางตรงเป็นเวลานาน และชั้นในสุดแข็งกว่าอีกนิดเพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงกระแทก

Dunlop รุ่น D404

Dunlop รุ่น D404
เครดิตภาพ : raidenforce

ปิดท้ายด้วยยางรุ่น D404 จาก Dunlop ที่มาพร้อมกับดอกยางสไตล์อเมริกันโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับพื้นถนน รีดน้ำออกจากผิวหน้ายางช่วยลดความลื่น ยิ่งยางมีดอกยางขนาดใหญ่ยังช่วยให้การทรงตัวดีเลิศ เมื่อประกอบกับประสิทธิภาพการเกาะยางในเข้าโค้ง ทำให้เข้าโค้งได้อย่างไว แม้ขับมาด้วยความเร็วสูงก็รับมือได้สบาย เหมาะสำหรับมอเตอร์ไซค์อย่าง Harley Davidson, Dyna, Sportster, Forty-Eight และ Honda Rebel โดยเฉพาะ

ตารางเปรียบเทียบ ยี่ห้อ ราคา ข้อดี ของแต่ละยางรถมอเตอร์ไซค์

เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกซื้อยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี เราได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบยางรถจักรยานยนต์จากหลากหลายแบรนด์ดัง ทั้งในแง่ของราคา คุณสมบัติ ข้อดี และข้อเสีย มาไว้ให้ในตารางด้านล่างนี้ เพื่อให้คุณมีข้อมูลในการเลือกซื้อยางรถมอเตอร์ไซค์ที่ตรงกับความต้องการ และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

ยี่ห้อ/รุ่นราคาข้อดี
IRC NR 50 PERSONA611 บาทดีไซน์สวยทันสมัย, ใช้เทคโนโลยีใหม่ช่วยให้ยึดเกาะถนนดี, ทรงตัวได้ดีทุกสถานการณ์, ดอกยางช่วยรีดน้ำได้เร็ว
Michelin City Grip 21,390 บาทแบรนด์ระดับโลก, ทนทานแข็งแรงจากเทคโนโลยี MOT ที่ช่วยให้ดอกยางทนต่อการกระแทก, ยึดเกาะถนนได้ดีทั้งยางถนนแห้งและยางถนนเปียก
Deestone D983237 บาทผ่านมาตรฐานสากล, ใช้สูตรยางที่เพิ่มการยึดเกาะถนนและเบรกได้ดี, มีความทนทาน ใช้งานได้นาน, ราคาไม่แพง
Michelin City Extra504 บาทเกาะถนนยอดเยี่ยมทั้งยางถนนแห้งและยางถนนเปียก, อายุการใช้งานยาวนาน, โครงสร้างยางแข็งแรง กันรอยบาดขาดได้ดี
Goodride H969240 บาทเหมาะสำหรับการขับเร็ว, ยึดเกาะถนนดีบนทั้งพื้นแห้งและเปียก, ดอกยางลายไฟรีดน้ำได้ดี, ขอบยางมีปุ่มกันลื่นเข้าโค้ง
Bridgestone Battlax SC879 บาทเหมาะกับสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่, ออกแบบมาให้เข้าโค้งและทรงตัวได้ดี, ใช้เทคโนโลยีเพิ่มสมดุลและความทนทานของยาง
Dunlop D4042,138 บาทดีไซน์ลายดอกยางสไตล์อเมริกันเท่, เพิ่มการยึดเกาะถนน รีดน้ำได้ดี ทรงตัวเยี่ยม ถึงจะเข้าโค้งเร็วก็ไม่ลื่น, เหมาะกับบิ๊กไบค์หลายรุ่น

ตารางข้างต้นแสดงการเปรียบเทียบ ยี่ห้อ ราคา และข้อดีของยางรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความนิยม ทั้ง 4 แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ดังที่มีคุณภาพ เมื่อเลือกยางที่เหมาะสมแล้ว อย่าลืมเช็คสภาพยางเป็นประจำ และเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนยางมอเตอร์ไซค์ ทุก 4-5 ปี หรือเมื่อดอกยางสึกหรอจนเห็นเส้นบ่งชี้ความสึกหรอ

นอกจากแบรนด์ที่กล่าวมา ยังมีแบรนด์อื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน สิ่งสำคัญคือต้องเลือกยางที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน และดูแลรักษายางอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

บทส่งท้าย

การเลือกยางรถมอเตอร์ไซค์ให้เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การดูแลและบำรุงรักษารถ เพราะยางคือส่วนเดียวของรถที่สัมผัสกับพื้นถนน ถ้าเลือกยางมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี ก็จะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัย และยางมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม นอกจากเลือกยางดีแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คสภาพยางสม่ำเสมอ สังเกตดอกยาง ว่าสึกหรอหรือไม่ ดูแลรักษายางให้อยู่ในสภาพดี และเปลี่ยนยางตามกำหนด

สำหรับวิธีดูว่ายางมอเตอร์ไซค์ ควรเปลี่ยนหรือยัง สามารถสังเกตได้จากร่องดอกยาง หากเหลือความลึกน้อยกว่า 1.6 มม. แนะนำให้เปลี่ยนยางทันที ซึ่งโดยทั่วไปยางจะอยู่ได้ประมาณ 4-5 ปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพถนนด้วย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่กำลังมองหายางรถมอเตอร์ไซค์ และต้องการเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน หากนำข้อมูลและคำแนะนำต่าง ๆ ไปปรับใช้ จะช่วยให้การขับขี่ของคุณปลอดภัย และยางรถใช้งานได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

สนามยิงปืนพัทยาBATTLEMOUSE PATTAYA สนามยิงปืนที่ทันสมัยที่สุดในพัทยา