10 น้ำมันเครื่องดีเซล ยี่ห้อไหนดี 2024 ที่ดีที่สุด คุณภาพดีเหมาะสำหรับรถยนต์ Diesel

diesel fuel

น้ำมันเครื่องดีเซล คือหัวใจสำคัญของเครื่องยนต์ที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะในปี 2024 ที่เทคโนโลยียานยนต์ก้าวไกลไปอีกขั้น การเลือก น้ํามันเครื่องดีเซล ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพสุดของรถคุณ เราได้รวบรวม 10 ตัวท็อปน้ำมันเครื่องดีเซล ที่ไม่ควรพลาดมาไว้ที่นี่แล้ว พร้อมเผยความลับที่จะทำให้เครื่องยนต์ของคุณทำงานได้ดี แข็งแกร่งและทนทานยิ่งขึ้น!

สารบัญ

น้ำมันเครื่องดีเซล คืออะไร

น้ำมันเครื่องดีเซล เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมีความแตกต่างจาก เครื่องยนต์เบนซิน ในหลายด้าน เช่น อัตราการอัด อุณหภูมิการทำงาน และปริมาณเขม่าควันที่เกิดขึ้น น้ำมันเครื่องรถยนต์ ประเภทนี้จึงต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถทนต่อความร้อนสูงได้ มีความสามารถในการชะล้างและกระจายเขม่าควันที่ดี รวมถึงป้องกันการกัดกร่อนจากกรดที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมันดีเซล การเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในการดูแลรักษาและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ดีเซล

น้ำมันเครื่องชนิดนี้มีหน้าที่หลัก ๆ ดังนี้

  1. หล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ในเครื่องยนต์
  2. ช่วยระบายความร้อน
  3. ทำความสะอาดเครื่องยนต์
  4. ป้องกันการสึกหรอและการกัดกร่อน

ดังนั้น การเลือก น้ํามันเครื่องดีเซล ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพื่อให้เครื่องยนต์ของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คุณควรพิจารณาเลือก น้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับรถของคุณ

น้ำมันเครื่องดีเซล มีกี่แบบ

น้ำมันเครื่องดีเซล แบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ 3 แบบ แต่ละแบบก็มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งการเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะกับรถของคุณนั้น จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างดี และยืดอายุการใช้งานได้นานกว่าเดิม ประเภทน้ำมันเครื่อง ที่สำคัญสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล มีดังนี้

1. น้ำมันเครื่องดีเซลแบบ xW-30

น้ำมันเครื่องแบบนี้เหมาะสำหรับ เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ที่ต้องการการหล่อลื่นที่ดีในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิปกติ ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องประเภทนี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป

2. น้ำมันเครื่องดีเซลแบบ xW-40

เป็นน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูงขึ้นมาอีกนิด เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีอายุการใช้งานมากขึ้น หรือใช้งานในสภาพอากาศร้อน น้ำมันเครื่องรถยนต์ประเภทนี้ มีประสิทธิภาพในการปกป้องเครื่องยนต์ที่ดี

3. น้ำมันเครื่องดีเซลแบบ xW-50

น้ำมันเครื่องแบบนี้มีความหนืดสูงที่สุด เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ หรือเครื่องยนต์ที่ต้องรับภาระหนัก โดยทั่วไปแล้ว ค่าความหนืดที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลคือ 5W-30, 5W-40, 10W-30 และ 10W-40 ซึ่งการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องยนต์และรูปแบบการใช้งานของรถแต่ละคัน ยี่ห้อของน้ำมันเครื่องก็มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์เช่นกัน

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องควรทำเมื่อไหร่

หลายคนอาจสงสัยว่าควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่ดี เพื่อให้รถของเรายังคงแล่นฉิวอยู่บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัยและประหยัดน้ำมัน วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันว่า เราควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสมที่สุด

โดยทั่วไปแล้ว การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องควรทำเมื่อ

  1. สำหรับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ : ควรเปลี่ยนเมื่อรถวิ่งได้ประมาณ 10,000 กิโลเมตร
  2. สำหรับน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ : ควรเปลี่ยนเมื่อรถวิ่งได้ประมาณ 5,000-7,000 กิโลเมตร
  3. ควรเปลี่ยนทุก ๆ 6 เดือน แล้วแต่อย่างไหนจะถึงก่อน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของรถด้วยนะ ถ้าใช้งานหนักหรือขับในสภาพอากาศร้อนบ่อย ๆ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนเร็วกว่านี้ ระยะการใช้งานของน้ำมันดีเซลอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและประเภทของน้ำมันเครื่อง

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ราคาเท่าไหร่

เรื่องราคาน้ำมันเครื่องนี่ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ เพราะใคร ๆ ก็อยากประหยัดกันทั้งนั้น แต่ก็อย่าลืมว่าคุณภาพก็สำคัญไม่แพ้กันนะ

โดยทั่วไปแล้ว ราคาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจะอยู่ที่

  1. ร้านทั่วไป : เริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาท
  2. ศูนย์บริการ : เริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 บาทขึ้นไป

ทั้งนี้ ราคาเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อาจจะแตกต่างกันไปตามประเภทของน้ำมันเครื่องและ ยี่ห้อน้ำมันเครื่อง ที่เลือกใช้ โดยน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลมักจะมีราคาสูงกว่าน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซินนิดหน่อย และราคาน้ำมันเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด

ถ้าไม่ถ่ายน้ำมันเครื่อง จะเกิดอะไรขึ้น

การไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก และอาจจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ ๆ กับเครื่องยนต์ของเราได้ และอาจทำให้ต้องมาเสียเงินซ่อมรถในภายหลัง ดังนั้นควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสม่ำเสมอ ถ้าไม่อยากรถพัง และเสียเงินเยอะ

ถ้าไม่ถ่ายน้ำมันเครื่อง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้

  1. รถเร่งไม่ขึ้น : เครื่องยนต์จะทำงานหนักขึ้นเพราะการหล่อลื่นไม่ดี
  2. กินน้ำมันมากขึ้น : เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น จึงใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
  3. เครื่องร้อนง่าย : น้ำมันเครื่องเก่าไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี
  4. เสียงเครื่องดังผิดปกติ : ชิ้นส่วนต่าง ๆ เสียดสีกันมากขึ้น
  5. เครื่องยนต์พัง : ในกรณีที่ปล่อยไว้นานเกินไป อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายจนซ่อมไม่ได้ เพราะงั้นเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ดีกว่าต้องเปลี่ยนรถใหม่นะ

ดังนั้น อย่าลืมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดนะครับ! การดูแลรักษาเครื่องยนต์ดีเซลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้รถของคุณอยู่กับคุณไปนานๆ

วิธีการเลือกน้ำมันเครื่องดีเซลอย่างไรให้เหมาะกับรถของตัวเอง

การเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสม สำคัญไม่แพ้การเลือกอาหารให้ร่างกายเลยทีเดียว! มาดูกันว่าเราควรพิจารณาอะไรบ้าง

  1. ดูค่าความหนืดให้เหมาะสม : ค่าความหนืดบอกถึงความข้นใสของน้ำมันเครื่อง ซึ่งมีผลต่อการไหลเวียนและการหล่อลื่นในเครื่องยนต์ ตัวอย่างเช่น 10W-40 หรือ 15W-40 โดยตัวเลขแรกบอกถึงความหนืดในอุณหภูมิต่ำ ส่วนตัวเลขหลังบอกถึงความหนืดในอุณหภูมิสูง เลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานของคุณ
  2.  เช็คมาตรฐาน API : มาตรฐาน API (American Petroleum Institute) บ่งบอกถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่อง ยิ่งตัวอักษรท้ายสูง ยิ่งแสดงถึงคุณภาพที่ดีกว่า เช่น API CK-4 จะดีกว่า API CI-4
  3. ประเภทน้ำมันเครื่อง : น้ำมันเครื่องมีให้เลือกหลายประเภท ทั้งแบบธรรมดา กึ่งสังเคราะห์ และสังเคราะห์ 100% โดยทั่วไปแล้วน้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ก็มีราคาแพงกว่าด้วย น้ำมันเครื่องรถยนต์ แต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
  4. ดูความเหมาะสมกับอายุรถ : รถใหม่อาจต้องการน้ำมันเครื่องที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น รองรับระบบ DPF หรือ SCR ส่วนรถเก่าอาจเลือกน้ำมันเครื่องที่เน้นทำความสะอาดและป้องกันการสึกหรอ ยี่ห้อของน้ำมันเครื่องก็มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล
  5. คำนึงถึงสภาพการใช้งาน : หากใช้งานหนัก เช่น บรรทุกของหนัก หรือขับในสภาพอากาศร้อนจัด ควรเลือกน้ำมันเครื่องที่ทนทานต่อสภาวะการใช้งานหนักได้ดี ระยะการใช้งานของน้ำมันเครื่องอาจลดลงในสภาพการใช้งานหนัก

การเลือกน้ำมันเครื่องดีเซลที่เหมาะสมจะช่วยให้เครื่องยนต์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน ควรปรึกษาคู่มือการใช้งานรถยนต์หรือช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกน้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดีที่เหมาะกับรถของคุณ อย่าลืมตรวจสอบราคาน้ำมันเครื่องจากหลายแหล่งเพื่อเปรียบเทียบและเลือกซื้อในราคาที่เหมาะสม

ตารางเปรียบเทียบจุดเด่น/ค่าความหนืด/ปริมาณ/ราคา

ยี่ห้อ – รุ่นPTT Dynamic Commonrail SyntheticCastrol Magnatec Pick-Up 10W-30Valvoline Diesel SyntheticFurio Fully Synthetic Diesel 5W-30LIQUI MOLY SPECIAL TEC AA 5W-30Mobil 1 Turbo Diesel 5W-40SHELL HELIX ULTRA DIESEL 0W-40D3 Common RailDelo Sports Synthetic Blend SAE 15W-40FURIO SYNTHETIC TECHNOLOGY 10W-40
จุดเด่นปกป้องเทอร์โบสูงสุด ประหยัดน้ำมันโมเลกุลอัจฉริยะ ปกป้องตั้งแต่สตาร์ททำความสะอาดเยี่ยม เพิ่มสมรรถนะเทคโนโลยี Respoplex ดูแลครบวงจรสูตรเยอรมันคุณภาพสูง ปกป้องสุดขั้ว ประหยัดน้ำมันคุ้มครองสูงสุด เหมาะกับรถ SUVทำความสะอาดต่อเนื่อง ยืดอายุเครื่องยนต์แกร่งทนทาน รับมือการใช้งานหนักต้านทานความร้อนสูง เพิ่มกำลังเครื่องช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ในรอบความเร็วต่ำ
ค่าความหนืด SAESAE 5W-30 / 5W-40.SAE 10W-305W-30 / 5W-40SAE 5W-30SAE 5W-30SAE 5W-40SAE 0W-40SAE 15W-40SAE 15W-40SAE 10W-40
ปริมาณ6 ลิตร6 ลิตร4 ลิตร6 ลิตร6 ลิตร8 ลิตร6 ลิตร6 ลิตร1 ลิตร4 ลิตร
ราคา1,615 บาท1,085 บาท1520 บาท1,889 บาท2,670 บาท3,580 บาท2,200 บาท750 บาท280 บาท610 บาท

น้ำมันเครื่องดีเซล ยี่ห้อไหนดี ที่น่าใช้ในปี 2024

สำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อน้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดี  เราได้รวบรวม 10 แบรนด์ที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้มาให้คุณแล้ว! ไม่ว่าคุณจะขับรถปิกอัพ รถบรรทุก หรือรถ SUV เราก็มีตัวเลือกที่เหมาะกับคุณแน่นอน มาดูกันว่ามีน้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนบ้างที่จะช่วยให้เครื่องยนต์ของคุณแข็งแรง ทนทาน และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ไปพร้อม ๆ กันเถอะ!

1. น้ำมันเครื่องดีเซล PTT Dynamic Commonrail Synthetic

PTT Dynamic Commonrail Synthetic

เริ่มกันที่แบรนด์ดังของไทยอย่าง PTT ปตท ไดนามิค คอมมอนเรล กับน้ำมันเครื่องดีเซล PTT Dynamic Commonrail Synthetic น้ำมันดีเซลสังเคราะห์ 100% สูตรพิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อเครื่องยนต์ดีเซล ระบบคอมมอนเรียลรุ่นใหม่ของรถปิคอัพโดยเฉพาะ น้ำมันเครื่องตัวนี้ไม่ธรรมดา เพราะมันช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์และเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้ดีเยี่ยม แถมยังเพิ่มการตอบสนองของเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด

จุดเด่น

  • ทำความสะอาดเครื่องยนต์และเทอร์โบได้ดีเยี่ยม
  • เพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของเครื่องยนต์
  • ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ป้องกันการเกิดโคลนในเครื่องยนต์

2. น้ำมันเครื่องดีเซล Castrol Magnatec Pick-Up 10W-30

น้ำมันเครื่องดีเซล Castrol Magnatec Pick-Up 10W-30

ต่อกันที่แบรนด์ระดับโลกอย่าง Castrol กับ Magnatec Pick-Up 10W-30 น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์คอมมอนเรลที่มาพร้อมกับนวัตกรรมโมเลกุลอัจฉริยะ “Intelligent Molecules” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของ Castrol น้ำมันเครื่องตัวนี้ให้ฟิล์มน้ำมันที่แข็งแรงเพื่อการปกป้องสูงสุด ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่สตาร์ทครั้งแรก

จุดเด่น

  • ใช้เทคโนโลยีโมเลกุลอัจฉริยะเฉพาะของ Castrol
  • สร้างฟิล์มน้ำมันที่แข็งแรงปกป้องเครื่องยนต์
  • ทำงานได้ดีแม้ในสภาพอากาศหนาวเย็น
  • เหมาะสำหรับรถปิคอัพและ SUV

3. น้ำมันเครื่องดีเซล Valvoline Diesel Synthetic

Valvoline Diesel Synthetic

มาถึงแบรนด์ดังจากอเมริกาอย่าง Valvoline กับน้ำมันเครื่อง Diesel Synthetic ที่เป็น Ultra Fully Synthetic สังเคราะห์ 100% ผสมสาร POLY ALPHA OLEFINS (PAO) ประเภท TRI-SYNTHETIC น้ำมันเครื่องตัวนี้ผลิตด้วยกระบวนการสังเคราะห์เทคโนโลยีเฉพาะของ Valvoline ทำให้มีคุณภาพเหนือกว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ทั่วไป

จุดเด่น

  • ใช้เทคโนโลยี Dispersive Polymer Technology (DPT) เฉพาะของ Valvoline
  • ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดไร้คราบเขม่า
  • เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะสูง
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

4. น้ำมันเครื่องดีเซล Furio Fully Synthetic Diesel 5W-30

Furio Fully Synthetic Diesel 5W-30

กลับมาที่แบรนด์ไทยอีกครั้งกับน้ำมันเครื่อง Furio Fully Synthetic Diesel 5W-30 น้ำมันเครื่องตัวนี้พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Respoplex ล่าสุด ทำให้ได้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์คุณภาพสูง เกรดรวม ที่ทำงานได้ดีเยี่ยมในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดเครื่องยนต์ ป้องกันการสึกหรอ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และให้การหล่อลื่นที่สมบูรณ์แบบ

จุดเด่น

  • พัฒนาด้วย Respoplex Technology เพื่อการหล่อลื่นที่สมบูรณ์แบบ
  • เหมาะสำหรับรถที่มีแรงบิดสูง โดยเฉพาะระบบคอมมอนเรล
  • ใช้ได้กับรถติดตั้ง LPG, NGV, CNG
  • รองรับระบบไอเสียแบบ DPF, SCR, DOC, และ EGR

5. น้ำมันเครื่องดีเซล LIQUI MOLY SPECIAL TEC AA 5W-30

LIQUI MOLY SPECIAL TEC AA 5W-30

LIQUI MOLY SPECIAL TEC AA 5W-30 เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์คุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของเครื่องยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์ญี่ปุ่นและอเมริกัน ด้วยสูตรพิเศษที่ผสมสารเพิ่มประสิทธิภาพ น้ำมันเครื่องนี้สามารถหล่อลื่นได้อย่างรวดเร็วแม้ในสภาวะอุณหภูมิต่ำ ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเพิ่มแรงบิดและอัตราเร่งที่สัมผัสได้ทันทีที่ใช้งาน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาความสะอาดของเครื่องยนต์ ปกป้องชิ้นส่วนสำคัญ และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มสมรรถนะอยู่เสมอ

จุดเด่น

  • หล่อลื่นได้ดีแม้ในอุณหภูมิต่ำ
  • ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด
  • เพิ่มแรงบิดและอัตราเร่งอย่างรู้สึกได้
  • รักษาความสะอาดของเครื่องยนต์
  • ปกป้องเครื่องยนต์และเพิ่มสมรรถนะการทำงาน

6. น้ำมันเครื่องดีเซล Mobil 1 Turbo Diesel 5W-40

Mobil 1 Turbo Diesel 5W-40

มาถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง Mobil กับ Mobil 1 Turbo Diesel 5W-40 น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ที่ออกแบบมาเพื่อเครื่องยนต์ดีเซลในรถปิคอัพและ SUV โดยเฉพาะ น้ำมันเครื่องตัวนี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อให้การปกป้องที่เหนือกว่าสำหรับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ปล่อยไอเสียต่ำ รวมถึงเครื่องยนต์รุ่นเก่าที่ได้รับการดูแลอย่างดี

จุดเด่น

  • ออกแบบมาเพื่อเครื่องยนต์ดีเซลในรถปิคอัพและ SUV โดยเฉพาะ
  • ให้การปกป้องสูงสำหรับเครื่องยนต์รุ่นใหม่และรุ่นเก่า
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์
  • ทนทานต่อการเสื่อมสภาพในสภาวะการใช้งานหนัก

7. น้ำมันเครื่องดีเซล SHELL HELIX ULTRA DIESEL 0W-40

SHELL HELIX ULTRA DIESEL 0W-40

Shell นำเสนอ HELIX ULTRA DIESEL 0W-40 น้ำมันเครื่องสูตรที่ดีที่สุดของ Shell สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะสูง ผลิตด้วยเทคโนโลยี Shell PurePlus ที่สร้างน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์จากก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเครื่องตัวนี้มาพร้อมเทคโนโลยี Active Cleansing ที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง

จุดเด่น

  • ใช้เทคโนโลยี Shell PurePlus ในการผลิต
  • มีเทคโนโลยี Active Cleansing ทำความสะอาดเครื่องยนต์
  • ปกป้องและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะสูง
  • ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

8. น้ำมันเครื่องดีเซล D3 Common Rail

D3 Common Rail

D3 Common Rail เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์เกรดรวมคุณภาพสูง ที่มีให้เลือกทั้งความหนืด 15W-40 และ 20W-50 เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้งานหนัก น้ำมันเครื่องตัวนี้ผ่านมาตรฐาน API CH-4/SJ ซึ่งช่วยรองรับการทำงานหนักของเครื่องยนต์ดีเซลได้เป็นอย่างดี

จุดเด่น

  • เพิ่มพลังเครื่องยนต์ ใช้งานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่
  • มาตรฐานสูงสุด API CH-4/SJ รองรับการทำงานหนักของเครื่องยนต์ดีเซล
  • ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ป้องกันการสึกหรอของแหวนและกระบอกสูบ
  • ทนต่อความร้อนสูง ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

9. น้ำมันเครื่องดีเซล Delo Sports Synthetic Blend SAE 15W-40

Delo Sports Synthetic Blend SAE 15W-40

มาถึง Delo Sports Synthetic Blend SAE 15W-40 น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์เกรดรวมที่มาพร้อมเทคโนโลยีไอโซซิน ตัวนี้แหละที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเครื่องยนต์ได้ไปฟิตเนสมา! ด้วยคุณสมบัติทนความร้อนสูง มันไม่แค่รักษากำลังและสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดการสูญเสียของน้ำมันหล่อลื่นได้ดีอีกต่างหาก

จุดเด่น

  • ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อการใช้งานอย่างสมบุกสมบัน
  • ใช้เทคโนโลยีไอโซซินที่ทนความร้อนสูง
  • มีสารทำความสะอาดแบบโลหะ ลดการก่อตัวของคราบเขม่า
  • เหมาะสำหรับรถกระบะและรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ใช้งานหนัก

10. น้ำมันเครื่องดีเซล FURIO SYNTHETIC TECHNOLOGY 10W-40

FURIO SYNTHETIC TECHNOLOGY 10W-40

FURIO SYNTHETIC TECHNOLOGY 10W-40 เป็นน้ำมันเครื่องไฮบริดที่ผสมผสานเทคโนโลยีสังเคราะห์เข้ากับน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูง ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบหัวฉีดตรงและแบบท่อร่วม น้ำมันเครื่องตัวนี้เหมาะสำหรับรถสมรรถนะสูงที่ต้องเผชิญทั้งสภาพจราจรติดขัดในเมืองและการขับขี่ความเร็วสูงบนทางด่วน ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยป้องกันการจุดระเบิดก่อนกำหนดในรอบความเร็วต่ำ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่นในทุกสภาวะการขับขี่

จุดเด่น

  • เทคโนโลยีสังเคราะห์ผสมน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูง
  • ใช้ได้กับทั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบหัวฉีดตรงและแบบท่อร่วม
  • ให้การหล่อลื่นและปกป้องเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ในรอบความเร็วต่ำ

5 คำแนะนำในการใช้น้ำมันเครื่องดีเซล

การเลือกใช้และดูแลน้ำมันเครื่องอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าน้ำมันเครื่องจะเป็นสิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม แต่การใช้งานอย่างไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อเครื่องยนต์ได้ ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่ามีข้อควรระวังอะไรบ้างในการใช้น้ำมันเครื่องดีเซล เพื่อให้คุณสามารถดูแลรถคันโปรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. เลือกค่าความหนืดให้เหมาะสม

การเลือกค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องดีเซลให้เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญมาก ค่าความหนืดที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ค่าความหนืดที่เหมาะสมจะช่วยให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนได้ดีในทุกสภาวะการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตอนสตาร์ทเครื่องในอากาศเย็นหรือขณะเครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิสูง ดังนั้น ควรตรวจสอบคู่มือการใช้งานรถยนต์เพื่อเลือกค่าความหนืดที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ของคุณ

2. ระวังการผสมน้ำมันเครื่องต่างชนิดกัน

การผสมน้ำมันเครื่องต่างชนิดกันอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องและอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่พึงประสงค์ได้ น้ำมันเครื่องแต่ละชนิดมีสูตรและส่วนผสมที่แตกต่างกัน การผสมกันอาจทำให้สารเติมแต่งในน้ำมันเครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากจำเป็นต้องเติมน้ำมันเครื่องฉุกเฉิน ควรใช้น้ำมันเครื่องชนิดเดียวกันหรือที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่โดยเร็วที่สุด

3. สังเกตสีและความขุ่นของน้ำมันเครื่อง

สีและความขุ่นของน้ำมันเครื่องเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงสภาพของน้ำมันเครื่องและเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องใหม่มักมีสีเหลืองอำพันหรือน้ำตาลอ่อน แต่เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มขึ้น หากน้ำมันเครื่องมีสีดำคล้ำหรือขุ่นมากผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนถ่ายแล้ว นอกจากนี้ หากพบว่ามีเศษโลหะหรือตะกอนในน้ำมันเครื่อง ควรนำรถเข้าตรวจสอบทันทีเพราะอาจมีปัญหาภายในเครื่องยนต์

4. ไม่ใช้น้ำมันเครื่องเก่าเกินกำหนด

การใช้น้ำมันเครื่องเก่าเกินกำหนดเป็นอีกหนึ่งข้อควรระวังที่สำคัญ น้ำมันเครื่องที่ใช้งานมานานเกินไปจะเสื่อมสภาพและสูญเสียคุณสมบัติในการหล่อลื่นและปกป้องเครื่องยนต์ สารเติมแต่งในน้ำมันเครื่องจะเสื่อมประสิทธิภาพลงตามเวลา ทำให้ไม่สามารถทำความสะอาดและป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาหรือระยะทางที่กำหนดในคู่มือการใช้งานรถยนต์อย่างเคร่งครัด

5. ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องสม่ำเสมอ

การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ระดับน้ำมันเครื่องที่ต่ำเกินไปอาจทำให้การหล่อลื่นไม่เพียงพอ ส่งผลให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เกิดการสึกหรอเร็วขึ้น ในทางกลับกัน หากระดับน้ำมันเครื่องสูงเกินไปก็อาจทำให้เกิดฟองอากาศในระบบหล่อลื่น ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องทุกครั้งที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงหรืออย่างน้อยเดือนละครั้ง

สรุป

การเลือกน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องและการเปลี่ยนถ่ายตามกำหนดเวลา เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการดูแลรักษาเครื่องยนต์ของคุณ ถ้าคุณใส่ใจเรื่องพวกนี้ รถคันโปรดของคุณก็จะอยู่กับคุณไปได้อีกนาน ๆ แถมยังประหยัดน้ำมันด้วยนะครับ!

และถ้าคุณกำลังมองหาบริษัทที่รับผลิตน้ำมันเครื่องคุณภาพดี เราก็พร้อมให้บริการคุณ! ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสูตร การผลิต หรือแม้แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแลคุณตลอดกระบวนการ สนใจติดต่อเราได้เลย

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

สนามยิงปืนพัทยาBATTLEMOUSE PATTAYA สนามยิงปืนที่ทันสมัยที่สุดในพัทยา